กว่าจะมีวันนี้ "ไผ่ทองไอสครีม" ตำนานความอร่อยที่ไม่เคยหยุดพัฒนา
จากจุดเริ่มต้นในอดีตด้วยความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ไอศกรีมกะทิรสชาติไทย สู่ไอศกรีมรถเข็นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผ่านทุกประตูบ้าน ไผ่ทองไอสครีมเติบโตผ่านกาลเวลาด้วยความพิถีพิถัน ใส่ใจในคุณภาพ และไม่เคยหยุดพัฒนา เพื่อส่งมอบความสุข รสชาติหอมหวานมัน และความทรงจำอันสดชื่นให้คนไทยในทุกยุคสมัย
หากพูดถึงเสียงกระดิ่ง..กร๊องแกร๊ง.. ที่แว่วมาจากปากซอย เชื่อว่าความทรงจำในวัยเยาว์ของใครหลายคนคงพากันยิ้มร่า เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนการมาถึงของ "ไผ่ทองไอสครีม" ไอศกรีมรถเข็นขวัญใจคนไทยที่เสิร์ฟความหวานเย็นชื่นใจคู่สังคมไทยมานานกว่า 70 ปี จากจุดเริ่มต้นในระดับเสื่อผืนหมอนใบ สู่การเป็นหนึ่งในไอคอนิกสตรีทฟู้ดที่ไม่เคยหมองคล้ำตามกาลเวลา
จุดกำเนิดจาก "ก๋ง" และบทเรียนคำสบประมาท
จุดเริ่มต้นของตำนานเกิดขึ้นจาก คุณปู่กิมเซ้ง แซ่ซี เสื่อผืนหมอนใบจากเมืองจีนที่เข้ามาอาศัยในเมืองไทย ในยุคแรกเริ่ม ท่านทำงานเป็นลูกจ้างในโรงงานไอศกรีมกะทิโบราณด้วยความใส่ใจ เมื่อเห็นว่าคุณภาพและรสชาติในแต่ละวันยังไม่คงที่ คุณปู่จึงนำเรื่องนี้ไปเสนอเถ้าแก่เพื่อขอปรับปรุงสูตร แต่กลับได้รับคำตอบท้าทายกลับมาว่า "ถ้าคิดว่าทำได้ดีกว่า ก็ออกไปทำเองสิ"
คำสบประมาทนั้นกลายเป็นแรงดันชั้นดี คุณปู่ตัดสินใจลาออก และร่วมกับคู่ชีวิต คุณย่าน้ายเฮียง แซ่ซี ช่วยกันพัฒนาลองผิดลองถูก เคี่ยวกะทิสดด้วยตัวเองในครัวหลังบ้าน จนได้สูตรไอศกรีมกะทิที่เนื้อเนียน นุ่ม หอม มัน และรสชาติสม่ำเสมอ เริ่มต้นตีตลาดด้วยการติดยี่ห้อ "หมีบินเกาะต้นมะพร้าว" ในช่วงแรก ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างล้นหลาม จนต้องขยายโรงงานไปแถบสะพานขาว
จาก "หมีบินฯ" สู่ "ไผ่ทอง" มงคลแห่งชีวิต
เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น จึงมีการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ด้วยการนำชื่อมงคลภาษาจีน "กิมเต็ก" (กิม แปลว่า ทอง, เต็ก แปลว่า ต้นไผ่) ร่วมปรึกษากับลูกๆ มาแปลงเป็นชื่อแบรนด์ที่ทุกคนคุ้นหูว่า "ไผ่ทอง" โดยมีสัญลักษณ์ต้นไผ่เปรียบเสมือนคุณธรรม ยั่งยืน และพริ้วลมได้โดยไม่หักสะบั้น
หัวใจสำคัญที่ทำให้ไผ่ทองครองใจผู้คนได้ตลอดหลายทศวรรษ ไม่ใช่แค่ราคาที่เข้าถึงง่าย แต่คือ "มาตรฐานรสชาติ" ที่ใส่ใจ วัตถุดิบอย่างกะทิถูกคั้นสดวันต่อวัน ผสมผสานเทคนิคการทำไอศกรีมแบบตะวันตกเข้ากับวัตถุดิบไทยอย่างลงตัว พร้อมเครื่องเคียงในตำนานอย่าง ข้าวเหนียวมูน ลูกชิด ถั่วลิงสิบอก และซอสช็อกโกแลตราดบนก้อนไอศกรีมเนื้อนุ่มที่เสิร์ฟในขนมปังหรือกรวยกรอบ
ก้าวใหม่ในยุคดิสรัปชัน
ในยุคปัจจุบัน ไผ่ทองไอสครีมไม่ได้หยุดอยู่แค่การรอให้คนเดินมาหาที่รถเข็น แต่ทายาทรุ่นใหม่ได้ปรับตัวนำแบรนด์เข้าสู่ยุค 4.0 ทั้งการขยายช่องทาง เดลิเวอรี, แฟรนไชส์, ฟู้ดทรัก ตลอดจนการพัฒนา ตู้กดไอศกรีมอัตโนมัติ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
..แม้เวลาจะหมุนผ่านไปเท่าใด และแบรนด์จะสะดุดเจอมรสุมขัดแย้งภายในกงสีอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือความรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกระดิ่ง และรสสัมผัสหวานมันกะทิแท้ๆ ที่ยังคงทำหน้าที่ส่งมอบความสุขวัยเด็กให้กับคนไทยทุกรุ่นเสมอมา..